|
โดย
มอน
เป็นกระทงร้อน
11 เดือนที่แล้ว
ไอ้หน้าไหนโคลนเมมกรุว่ะจะลบก้อสร้างตัวมาลบกระทงกรุสิว่ะอย่าลบของคนอื่นควายล่ะ
จาก
http://pisces.exteen.com/20080...
|
|
Share เว็บฝรั่ง
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
หลายคนคงทราบดีอยู่ แล้วว่าศาสนาอิสลามถือว่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นบาป และเนื่องจากกฎหมายของประเทศมุสลิมมีพื้นฐานมาจากกฎหมายศาสนา ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายประเทศมุสลิมมักจะมีบทลงโทษสำหรับกลุ่มคนรักเพศ เดียวกัน ในเมื่อมีกฎหมายควบคุมแล้ว ถามว่ายังีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่อีกหรือ คำตอบคือมีครับ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีมานานนม มีในทุกสังคม มีในทุกชนชั้น ดังนั้นเราจะมาดูว่ากฎหมายในแต่ละประเทศเขาว่าอย่างไร และในความเป็นจริงของสังคมมันเป็นอย่างไร เซเนกัล (Senegal) ว่ากันตามกฎหมาย: ติดคุก ๑ - ๕ ปี ปรับเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ - ๑.๕ ล้านฟรังค์ โทษขั้นสูงสุดจะถูกนำมาใช้ถ้าคู่ขาคนใดคนหนึ่งอายุต่ำกว่า ๒๑ ว่ากันตามความเป็นจริง: การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมหย่อนยานกว่าประเทศมุสลิมอื่น (การค้าประเวณีถูกกฎหมาย และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองก็เผยเนื้อหนังมังสามากกว่า) ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสแห่งนี้ กลุ่ม GLBT*เคยร่วมกันตั้งองค์กรผู้รักเพศเดียวกันขึ้นมา แต่ต่อมาก็ถูกรัฐบาลปิดไป *GLBT = Gay, Lesbian, Bisexual, and Transgender ตูนีเซีย (Tunisia) ว่ากันตามกฎหมาย: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีโทษจำคุกสามปี ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้จะถูกตำรวจและทางราชการตามรังควาญอยู่บ้าง แต่ก็มีชายขายเซ็กส์ (Male Sex Worker) อยู่ตามถนนในเมืองตูนิส ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน*ปรากฏตัวในภาพยนตร์ภายในประเทศ เช่น เรื่อง Satin Rouge ในปี ๒๐๐๒ จนกลายเป็นหัวข้อถกเถียงไปทั่วประเทศ สามารถพบเจอเกย์ชาวฝรั่งเศสอยู่ทั่วไปในเมืองตูนิส และตามชายหาด *ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ครับ เลยไม่รู้ว่าตัวละครในเรื่องเป็นGLBT อย่างไหน ภาษาอังกฤษใช้คำว่า gay character ผมจึงแปลกลาง ๆ ว่า “ตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน” โมรอกโค (Morocco) ว่ากันตามกฎหมาย: มีโทษจำคุกถึงสามปี และเสียค่าปรับ โทษฐาน “กระทำการลามกกับเพศเดียวกันและมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติ” ว่ากันตามความเป็นจริง: การดำเนินการต่อต้านเกย์เพิ่มมากขึ้นในช่วนสองสามปีที่ผ่านมา แต่ในเมืองใหญ่อย่าง Marrakech Tangier และ Essaouirah กลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในหมู่เกย์ (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส) และมีโสเภณีชายอยู่ทั่วไป มีรายงานว่ากษัตริย์องค์ปัจจุบัน โมฮัมเม็ดที่ ๖ (Mohammed VI) ถูกพบในบาร์เกย์ของสไตล์ยุโรปหลายแห่งก่อนได้รับราชสมบัติ จตุรัสในเมืองมาราเคช...สวยดี จอร์แดน (Jordan) ว่ากันตามกฎหมาย: ไม่มีข้อห้ามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันตามกฎหมาย แต่คนที่เป็น GLBT จะถูกลี้ภัย*ไปยังประเทศอื่น ว่ากันตามความเป็นจริง: ใน บรรดาประเทศมุสลิม จอร์แดนถือว่าเป็นประเทศที่ใจกว้างกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากที่สุด ประเทศหนึ่ง คาเฟ่และที่สถานที่ชุมนุมของชาวเกย์มีอยู่ทั่วไปในกรุงอัมมาน (Amman) ซึ่งเป็นเมืองหลวง *ขออภัยอย่างรุนแรง asylum แปลได้ว่า ที่ลี้ภัยด้วย ไม่ใช่โรงพยาบาลบ้าอย่างเดียว ตอนแรกแปลว่าโรงพยาบาลบ้าเฉยเลย ...อ๊ายอาย อียิปต์ (Egypt) ว่ากันตามกฎหมาย: ในทางเทคนิครักเพศเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย แต่กลับถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดในข้อหาลุ่มหลงในโลกียวิสัย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Hosni Mubarak รัฐบาลก็เริ่มดำเนินการต่อต้านเกย์ การจับกุมครั้งใหญ่เรียกว่า “Cairo 52”* เกิดขึ้นบนเรือจัดงานเลี้ยงสำหรับเกย์ที่จอดอยู่ริมแม่น้ำไนล์ ในปี ๒๐๐๑ เป็นตัวอย่างที่โด่งดังที่สุด ๒๓ คนจาก ๕๒ คนที่ถูกจับกุม ติดคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี บางส่วนที่หลบหนีไปได้ก็ถูกเนรเทศออกจากประเทศไปเลย ในปี ๒๐๐๔ เด็กหนุ่มวัย ๑๗ ปี ถูกพิพากษาให้จำคุก ๑๗ ปีในหลายข้อหาที่พัวพันกับการลงประวัติของตนในเว็บไซต์หาคู่สำหรับเกย์ ...ซวยมากเลยน้องเอ๋ย พี่ล่ะเศร้าใจแทนจริง ๆ.... ว่ากันตามความเป็นจริง: อียิปต์เป็นศูนย์กลางแห่งสื่อในโลกมุสลิม ดังนั้นตัวละครเกย์จึงหาทางปรากฏตัวในนิยาย หรือแผ่นฟิล์มในประเทศได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็ภายในสังคมกรุงไคโร การออกล่าหนุ่ม ๆ มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในเขตที่นักท่องเที่ยวเยอะ และสถานที่ชุมชุมชาวเกย์ในเขตเมืองหลวงก็ยังมีอยู่ *คดี Cairo 52 หาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวิกิพีเดียนะครับ มีรายละเอียดต่างกันเยอะเลย http://en.wikipedia.org/wiki/Cairo_52 ซาอุดิอาระเบีย (Saudi Arabia) ว่ากันตามกฎหมาย: ชารีอะฮฺ หรือกฎหมายอิสลาม เป็นกฎหมายประจำชาติ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีบทลงโทษถึงตาย (โดยการปาหินใส่ แต่ก็มีบางรายงานกล่าวถึงการตัดหัวด้วย) เฆี่ยน ๑๐๐ ที* หรือจำคุก ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้ว่าจะเป็นประเทศหัวอนุรักษ์นิยมที่สุดในโลกมุสลิม แต่การแบ่งแยกเพศชาย-หญิงอย่างเข้มงวด** และจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศจำนวนมากที่เป็นชายโสด แสดงให้เห็นถึงการจำยอมต่อพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ในหลายระดับ การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันอย่างเงียบ ๆ และงานเลี้ยงแบบเถิดเทิงสุดเหวี่ยงไม่ใช่เรื่องผิดปกติในกรุงริยาด (Riyadh) และเมืองอื่น ๆ *ล่าสุดเมื่อตุลาคม ๒๐๐๗ เด็กหนุ่มสองคนถูกเฆี่ยน ๗,๐๐๐ ครั้งลองค้นคำว่า “7000 lashes” ดูถ้าอยากอ่านรายละเอียด **การ แบ่งแยกชาย-หญิงอย่างเข้มงวดทำให้เกิดพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ เนื่องจากเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ชายหนุ่มยอมต้องหาที่ระบายอารมณ์ทางเพศ แต่การแยกชายหญิงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้หญิงได้นอกจากจะแต่งงานเป็น เรื่องเป็นราวไป ชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์จึงต้องหันมา “เล่นเพื่อน” หรือบางทีก็โดน “เพื่อนเล่น” หรือบางกรณีอาจจะเป็นชายหนุ่มอยากจะ “เล่นเพื่อน” ก็เลยต้องให้ “เพื่อนเล่น” เสียก่อนเป็นการแลกเปลี่ยนกัน คำอธิบายนี้คล้ายกับคำอธิบายเรื่องรักเพศเดียวกันในสมัยกรีก(ที่ดูมาจากสารคดี) ชายกรีกมีค่านิยมแต่งงานกับสาวพรหมจรรย์ แต่สาว ๆ กรีกจะรักษาพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันแต่งฯ ได้ก็ต่อเมื่อ หนุ่มกรีกหันไป “เล่นเพื่อน” ไปพลาง ๆ ก่อน อิรัก (Iraq) ว่ากันตามกฎหมาย: ความโกลาหลในอิรัก ภายใต้การควบคุมของอเมริกาทำให้นโยบายราชการต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน ช่วงก่อนสงครามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่อนุมัติในผู้ใหญ่ แต่หลังจากการล้มล้างอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน พฤติกรรมรักเพศเดียวกันกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายจนกระทั่งปัจจุบัน ว่ากันตามความเป็นจริง: กลุ่มล่าสังหาร(Death Squad)*มุ่งเป้าไปที่เกย์และเลสเบี้ยน แต่มีเซฟเฮ้าส์ (Safe Houses) สำหรับเกย์และเลสเบี้ยนที่ต้องการสถานที่ลี้ภัย การออกล่าหนุ่มและนัดเดทกันทางอินเตอร์เน็ตในแถบเคอร์ดิสถาน (Kurdistan) จะปลอดภัยกว่า (เคอร์ดิสถานเป็นเขตปกครองตนเองพิเศษของอิรัก ใช้ธงคนละผืนด้วย น่าจะเป็นรัฐอิสระแบบหนึ่ง) *Death Squad ดำเนินการทำลายล้างเกย์ภายใต้แคมเปญ “Sexual Cleansing” ถ้าเป็นเกย์ที่ดูภายนอกแมน ๆ จะไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ถ้าตุ้งติ้ง หรือแต่งตัวเนี้ยบเกินอาจเป็นอันตรายได้ กลวิธีของกลุ่มนี้มีตั้งแต่การทำร้ายผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเกย์ตามถนน ไปจนถึงเข้าหาเกย์โดยแสร้งว่าตัวเองก็เป็นเกย์เหมือนกัน สุดท้ายพอเหยื่อแสดงตัวก็จัดการซะ การฆ่าของ Death Squad ดังกล่าวมาจากแนวคิดผิด ๆ ว่า พฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เป็นพฤติกรรมที่รับมาจากตะวันตก (โลกมุสลิมต่อต้านแนวคิดตะวันตกมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) และเป็นการชักนำมาโดยไชตอน(ซาตาน) แต่อันที่จริงตามวรรณคดีเก่า ๆ ของโลกอาหรับก็มีพฤติกรรมเหล่านี้ปรากฏมาตลอด แนวคิดที่ว่ารับมาจากตะวันตกจึงเป็นความเข้าใจผิด และเนื่องจากความโกลาหลหลังสงคราม Death Squad จึงฉวยโอกาสตั้งศาลเตี้ยได้ง่าย เพราะระบบกฎหมาย นโยบายการเมืองต่าง ๆ อย่างไม่เข้าที่เข้าทางดี คราวหน้ามาต่อกับภาค ๒: ตุรกี อัฟกานิสถาน มาเลเซีย อินโดนิเซีย อิหร่าน ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรต ตุรกี (Turkey) ว่ากันตามกฎหมาย: ไม่มีกฎหมายต่อต้านพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เพราะตุรกีเป็นประเทศมุสลิมที่มีระบบการปกครองที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา (Secular Government) และมีเสรีภาพมากที่สุดในบรรดาประเทศมุสลิม ว่ากันตามความเป็นจริง: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่ยอมรับในประเทศมานานแล้ว ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวของกลุ่มเกย์จากยุโรปกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในเมืองอิสตันบูล (Istunbul) และเมืองบ้านพักตากอากาศริมทะเลอย่าง เมืองโบดรัม (Bodrum) ความฝันอยากจะเป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปผลักดันให้สร้างเสรีภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพวกหัวอนุรักษ์เคร่งศาสนาก็กำลังเพิ่มฐานอำนาจในสังคม อัฟกานิสถาน (Afganistan) ว่ากันตามกฎหมาย: "จำคุกระยะยาว" ตามกฎหมายแพ่ง แต่ก่อนหน้านี้ภายใต้การปกครอง ของกลุ่มตาลีบัน มีการนำชารีอะฮฺ (หรือกฎหมายอิสลาม) มาใช้ โดยกำหนดโทษประหารแก่ ผู้มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการพังกำแพงลงมาทับผู้ต้องหาให้ตายด้วย ว่ากันตามความเป็นจริง: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่ยอมรับในประเทศนี้มานานแล้วโดย เฉพาะในเขตชนเผ่าเพชตุน (Pashtun) ทางตอนใต้ เมืองกันดาฮาร์ (Kandahar) มีชื่อเสียง ด้านพฤติกรรมรักเพศเดียวกันมานานแล้ว นอกจากนี้ทางตอนเหนือของประเทศก็ยังมีชื่อเรื่อง นักเต้นระบำชาย* ที่เป็นโสเภณีไปในตัวอีกด้วย * ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า bacha bereesh หรือเด็กหนุ่มผู้ไร้หนวดเครา เด็กพวกนี้จะแต่งหญิงเต้นรำในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน และอาจจะเลยเถิดไปถึง การเสียตัวให้แก่ "ผู้อุปถัมภ์" ของตนอีกด้วย มาเลเซีย (Malaysia) ว่ากันตามกฎหมาย: โทษอาญาระดับประเทศคือจำคุกยี่สิบปีและเฆี่ยนโทษฐานมีเพศสัมพันธ์ ทางประตูหลัง (ดังนั้นเลสเบี้ยนจึงดูเหมือนจะไม่ติดร่างแหไปด้วย) แต่ในระดับท้องถิ่น มีการใช้ชารีอะฮฺ ทั้งเกย์และเลสเบี้ยนต้องถูกจำคุกสามปี ถูกเฆี่ยน และต้องจ่ายค่าปรับ ในทศวรรษที่ ๙๐ มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเมื่อนาย อันวา อิบรอฮิม รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ถูกพิพากษาให้จำคุก ๙ ปี ฐานมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลัง แต่หลังจากรับโทษไปได้ ๔ ปี ข้อกล่าวหาก็ถูกยกเลิก ว่ากันตามความเป็นจริง: เกย์และเลสเบี้ยถูกตามรังควานจากรัฐบาลที่ใจแคบมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การปรามปรามสถานที่ชุมนุมเกย์อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามฉากชีวิตชาวเกย์และเลสเบี้ยน ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ในผับ บาร์ และซาวน่า อุตสาหกรรมที่ไฮเทค ส่งผลให้เกิดเกย์ที่แสดงตัวให้เห็นเพียงครึ่งเดียว*ในกลุ่มชนชั้นกลาง * งงมั้ยครับ มันมาจาก semi-visible gay ไม่รู้จะแปลว่ายังไง แต่น่าจะเป็น พวกมีชีวิตสองด้านนะครับ ด้านหนึ่งทำงานและใช้ชีวิตตามครรลองศาสนา อีกด้านก็สุดเหวี่ยงกับชีวิตเกย์ ๆ อิหร่าน (Iran) ว่ากันตามกฎหมาย: ถ้าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง กฎหมายชารีอะฮฺระบุโทษไว้ว่า เกย์ต้องโทษประหาร เลสเบี้ยนถูกโบยร้อยครั้ง (และจะถูกประหารถ้าต้องโทษนี้เป็นครั้งที่สี่) องค์กรสิทธิมนุษยชนทำสารคดีเรื่องการประหารชีวิต รวมทั้งคดีที่เด็กหนุ่มสองคนถูกแขวนคอ*ในปี ๒๐๐๕ ผู้พิพากษากำหนดให้มีการทรมาน และจำคุกด้วย ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ๒๐๐๗ มีการปราบปราม “พฤติกรรมไร้ศีลธรรม” อย่างรุนแรงรวมทั้ง การจับกุมข้อหาแต่งกายผิดเพศของตนด้วย (โดยถือว่าเป็นลักษณะพฤติกรรมของเกย์และเลสเบี้ยน) ว่ากันตามความเป็นจริง: เกย์ชาวอิหร่านจำนวนมากกำลังหาที่ลี้ภัยเพื่อหนีจากการทรมานและการจำคุกในประเทศ แม้ขบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกย์อิหร่านจะถูกปราบปราม แต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าดำเนินการเป็นขบวนการใต้ดินในกรุงเตหะราน โดยมีการประชุมลับและออกหนังสือลับ ๆ ผู้นำการต่อสู้เพื่อเกย์ชาวอิหร่านบางคนถูกเนรเทศไปแล้ว * คดีเด็กหนุ่มถูกแขวนคนนั่น จำได้ว่าเห็นครั้งแรกในฟอร์เวิร์ดเมล เศร้าใจจริง ๆ ปากีสถาน (Pakistan) ว่ากันตามกฎหมาย: ภายใต้กฎหมายชารีอะฮฺที่ถูกนำมาใช้ใหม่ในปี ๑๙๙๐ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันต้องถูกลงโทษโดยการปาก้อนหินใส่จนตาย (แทบจะไม่เคยบังคับใช้จริง) หรือเฆี่ยนร้อยครั้ง และภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งในปี ๑๘๖๐ กล่าวว่า “ความสุขทางเพศที่ละเมิดกฎธรรมชาติ” จะต้องถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ว่ากันตามความเป็นจริง: การ ให้สินบน การข่มขู่ การแบล็คเมล* และการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นในบางครั้ง อย่างไรก็ตามการแบ่งแยกชาย-หญิงชัดเจนก็แสดงถึงการยอมรับสภาพการมีพฤติกรรม รักเพศเดียวกันไปในตัว** หนำซ้ำประเทศนี้ยังมีพิธีกรรายการทีวีชื่อดังเป็นกะเทยแต่งหญิงนามว่า Begum Nawazis Ali ด้วยนะจ๊ะ * ทำนองว่า “ฉันรู้นะว่าแกเป็นเกย์ จ่ายฉันมา ไม่งั้นฉันจะแจ้งจับแก” ** อธิบายไปแล้วในเรื่องของประเทศซาอุฯ ว่าทำไมการแบ่งชาย-หญิงจึงทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ อินโดนีเซีย (Indonesia) ว่ากันตามกฎหมาย: ยังไม่มีกฎหมายต่อต้านเกย์ระดับชาติ แต่ในบางเมืองบางจังหวัดมีกฎหมายชารีอะฮฺบังคับใช้ ว่ากันตามความเป็นจริง: บาหลีเป็นเขตชาวพุทธและเมืองท่องเที่ยว จึงเป็นส่วนที่มีเสรีภาพมากกว่าส่วนอื่นของประเทศ มีชาวต่างชาติที่เป็น GLBT เข้ามาพักอาศัยตลอดทั้งปี โดยจำนวนมากมาจากเจ้าอาณานิคมเก่าอย่างฮอลแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ว่ากันตามกฎหมาย: กฎหมายของสหพันธรัฐระบุโทษประหาร (แทบไม่เคยบังคับใช้) ในขณะที่กฎหมายเขตปกครองเอมิเรต (อย่างใน ดูไบ) ระบุโทษจำคุกสูงสุด ๑๔ ปี อัยการจะเป็นคนเลือกว่าจะใช้กฎหมายสหพันธรัฐ หรือกฎหมายเขตปกครองเอมิเรต หรือกฎหมายชารีอะฮฺ ยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายห้ามรักเพศเดียวกัน ครอบคลุมถึงเลสเบี้ยนด้วยหรือเปล่า* ในปี ๒๐๐๖ ชาย ๑๑ คนถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาห้าปี ด้วยข้อหาเข้าร่วมงานแต่งฯเกย์ ว่ากันตามความเป็นจริง: นักท่องเที่ยวเกย์ได้รับการปฏิบัติต่างออกไป เมืองอบูดาบี และดูไบเปลี่ยนโฉมเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มเกย์เข้ามาด้วย อันที่จริงแล้วในดูไบมีทั้งคลับเกย์ และชายหาดเกย์ นอกจากนี้สายการบินเอมิเรตส์ยังเข้าร่วมงาน Gay Life Travel Expo อีกด้วย * ใช้คำว่า “Sodomy” อ้างถึงเมืองโซดอมในพระคัมภีร์ (ทั้งยิว คริสต์ และอิสลามมีเรื่องการทำลายเมือง Sodom) ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมชายรักชายอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่ไม่แน่ชัดว่ากฎหมายครอบคลุมไปถึงเลสเบี้ยนด้วยหรือเปล่า จาก เกย์ในโลกมุสลิม (๑): http://pisces.exteen.com/20080202/entry-1 เกย์ในโลกมุสลิม (๒): http://pisces.exteen.com/20080202/entry-3
ติดตามเพิ่มเติมที่เว็บเจ้าของข้อมูล โปรดคลิ๊ก
ไปที่ลิ๊งค์
|
เรื่องแนะนำ:





tag:
ประเภท:
3 บทวิจารณ์
|
4,142
คนอ่าน

















































เข้าไปพิสูจน์สัจจธรรมอันป่าเถื่อนกันเอง
วีดีโอตัดมือ ตัดเท้า
http://www.ziddu.com/download/3066610/VDO_hand.zip.html
วีดีโอตัดคอ คนเกาหลีที่ไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์
http://www.ziddu.com/download/3066659/VDO_head.zip.html
วีดีโอ ขว้างด้วยหินจนตาย
http://www.ziddu.com/download/507322/U_VDO_stoning_video_100kbps.zip.html
ประเทศไทยนี่แหละดี
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก